7 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ

Last updated: 2020-12-03  |  698 จำนวนผู้เข้าชม  | 

7 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู Live เมื่อวันที่ 26 พย ที่ผ่านมา วันนี้จึงขอทำสรุป...
 "7 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ" มาฝากกันนะคะ

1) กลุ่มลูกค้า ต้องชัดเจน ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นไม่ควรทำสินค้าเพื่อลูกค้าทุกคนบนโลกใบนี้ หากคุณกำหนดคุณลักษณะ ไลฟ์สไตล์หรือเห็นภาพของลูกค้าได้ จะยิ่งมีประโยชน์มาก เช่น ผู้หญิง อายุ 30-45 กินอาหารคลีน ออกกำลังเป็นประจำ เป็นต้น

2) จุดเด่นของตัวเองและสินค้า แยกเป็น 2 ข้อย่อยคือ
   2.1 ข้อได้เปรียบของตัวเอง ว่ามีโอกาสในการทำธุรกิจได้ดีหรือมากกว่าคู่แข่งได้อย่างไร เช่น รู้จักและคุ้นเคยกับลูกค้ากลุ่มไหนเป็นพิเศษ จะทำให้ Shortcut เรื่องการศึกษาลูกค้า, ความสามารถในการหาวัตถุดิบหลักจะช่วยให้การผลิตง่ายขึ้น เป็นต้น

   2.2 สินค้าต้องแตกต่างและต้องเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ หากคิดว่าสินค้าของคุณเหมือนหรือคล้ายๆกับเจ้าอื่น Story ของสินค้าของคุณต้องน่าสนใจ เพื่อให้สินค้ามีคุณค่ามากพอที่ลูกค้าจะยอมจ่ายเงินให้คุณ 

 Note: คุณไม่ควรทำสิ่งที่แตกต่างแต่ไม่เป็นที่ต้องการ เพราะจะทำให้คุณเสียเวลา

3) ช่องทางขาย ในช่วงแรกหากช่องทางขายมากเกินไป จะทำให้คุณไม่สามารถบริหารจัดการได้ดีพอ ให้เลือกแบบพอดีที่คุณสามารถจัดการเองได้และค่อยๆเพิ่มช่องทาง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ ต้นทุนในแต่ละช่องทาง เช่น GP สูงมากหรือไม่ เมื่อเทียบกับค่าขนส่งหรือกำไร เพราะยิ่งขายได้มากก็อาจจะไม่คุ้มเหนื่อย

4) การตั้งราคาขาย คำนวณจากราคาขายปกติ

    ต้นทุนสินค้า 30-50% หากคุณผลิตสินค้าเอง ไม่ควรจะสูงเกิน 35% ของราคาขาย แต่ถ้าคุณจ้างโรงงานผลิต บางสินค้าไม่เกิน 50% ในช่วงแรกก็ยังพอรับได้ค่ะ แต่หากคุณขายได้มากขึ้นควรหาวิธีลดต้นทุนให้มากที่สุด จะทำให้คุณไปต่อได้

    การจัดการ 10-20% หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ช่วยให้ธุรกิจของดำเนินการไปได้ เช่น ค่าขนส่งสินค้า, ค่าพนักงาน, ค่าน้ำไฟ, ค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นต้น

    การตลาด 20-30% งบประมาณที่จะทำให้ลูกค้ารู้จักสินค้าของคุณ ซึ่งจะรวมถึงโปรโมชั่นส่วนลด เพื่อกระตุ้นยอดขายด้วยนะคะ ช่วงเริ่มแรกธุรกิจ คุณควรแบ่งงบการตลาดให้มากหน่อย แต่เมื่อสินค้าเริ่มมีคนรู้จัก และมี Repeat ออเดอร์ ค่อยๆ ลดงบลงได้อีก แต่ไม่ควรตัดออกเพราะสินค้าจะขายได้ไม่ได้ การตลาดเป็น หัวใจสำคัญค่ะ

    กำไร 5-20% จะอยู่ที่คุณขายสินค้าราคายังไง เพราะถ้าคุณเน้นขายส่ง จำนวน % ในส่วนนี้สามารถตั้งให้น้อยได้ เพื่อให้คุณขายสินค้าได้จำนวนมาก แต่ถ้าเป็นการขายปลีกแยกชิ้น ตั้งกำไรที่ 10-15% ก็ไม่แย่ค่ะ

 Note: การตั้งราคาสินค้าจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเจ้าของธุรกิจ สุดท้ายก็ไม่มีอะไรถูกผิดจ้า

5) แผนการตลาด ที่จะทำให้ลูกค้ารู้จักและเกิดยอดขาย ทั้ง Offline และ Online ให้เลือกสิ่งที่ตัวเองถนัดก่อน เพื่อให้ไม่เสียเวลากับการเรียนรู้สิ่งใหม่และขายไม่ได้ซักที

ถ้าคุณคิดว่ายังไม่รู้อะไรเลย แนะนำให้ลงทุนกับตัวเองก่อน จะอ่านหนังสือ ซื้อคอร์ส เรียนจาก Youtube หรือถามผู้รู้ ตามแต่ถนัดเลยค่ะ แต่อย่าเพิ่งลงทุนผลิตสินค้าโดยเด็ดขาด!!! เพราะคุณอาจที่มีสินค้าเต็มบ้านแต่ไม่รู้จะขายยังไงก็ได้จ้า

6) ขั้นตอนการขาย / การเก็บเงิน / การส่งของ ใครเป็นคนขาย เก็บเงินยังไง ส่งของยังไง ถ้าวางแผนไม่ดี ค่าขนส่งจะทำให้ต้นทุนธุรกิจสูง หรือไม่ลูกค้าก็จ่ายแพงเกินไป ถ้าช่วงแรกการขายไม่ซับซ้อน ให้ทำเองก่อน

   สำคัญมาก!!! Xอย่าเพิ่งแบ่งเงินให้ใคร ถ้ากำไรยังไม่มากพอนะคะ หากเจ้าของธุรกิจทำส่วนสำคัญๆ เองเป็นทุกอย่าง เวลาที่ต้องจ้างพนักงาน คุณจะเลือกคนมาทำงานแทนคุณได้ด้วยค่ะ

7) งบการเงิน แต่ละธุรกิจจะใช้เงินลงทุนแตกต่างกัน บางคนมีแค่ 3,000 บาท ก็ผลิตสินค้าทดลองตลาดได้แล้ว อย่างน้อยคุณควรจะมีความรู้เรื่องบัญชีและภาษีเบื้องต้น หากธุรกิจของคุณเติบโต รายการบัญชีที่คุณทำไว้ตั้งแต่เริ่ม จะสามารถนำไปกู้ยืมธนาคารหรือเสนอนายทุนเพื่อมาต่อยอดธุรกิจได้

และที่สำคัญมากกว่านั้น คุณจะรู้ทันทีว่าธุรกิจกำไรหรือขาดทุน และเพื่อประโยชน์ของคุณเอง แนะนำให้หาเพื่อนเป็นบัญชีซักคนนึง จะประหยัดค่าที่ปรึกษาไปเยอะเลยค่ะ555


==================

หากคุณกำลังวางแผนจะเริ่มธุรกิจอะไรซักอย่าง ในธุรกิจบางประเภทอาจจะจำเป็นต้องมีมากกว่านี้ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้อง, กฎข้อบังคับของแต่ละประเทศ ในกรณีส่งออกสินค้า เป็นต้น

แต่หากแผนธุรกิจของคุณ ได้มี 7 เรื่องข้างบนนี้ ก็ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีที่จะเริ่มต้นธุรกิจแล้วจ้า

ขอให้คุณได้เริ่มทำในสิ่งที่รักและได้รับในสิ่งที่หวังนะคะ ^^

จอย
CEO Wangwara Food

 

Powered by MakeWebEasy.com